เตรียมพบกับสุดยอดงานแสดงนิทรรศการสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน “สถาปนิก’69” ภายใต้แนวคิด สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT โดยสมาคมสถาปนิกสยามฯ เผยความพร้อมจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษ มุ่งเน้นให้ความสำคัญสร้างสมดุลระหว่างภูมิปัญญามนุษย์ ความคิดสร้างสรรค์ และ ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อช่วยยกระดับขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และพัฒนาคุณภาพชีวิต เปิดเวทีสัมมนา ASA International Forum เชิญกูรูวิชาชีพสถาปนิกจากต่างประเทศร่วมแชร์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มวิชาชีพนักออกแบบ สถาปัตยกรรมได้ปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกจากเทคโนโลยีใหม่ AI ที่เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตปัจจุบัน ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ฟรี

นายอเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) กล่าวถึงปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวัน ในหลากหลายสาขาอาชีพล้วนต้องปรับตัว แวดวงวิชาชีพสถาปนิก นักออกแบบ สถาปัตยกรรมเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่กำลังปรับตัว เพื่อผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมมองหาแนวทางสร้างสมดุลระหว่างภูมิปัญญามนุษย์ ความคิดสร้างสรรค์ และ ปัญญาประดิษฐ์ซึ่งเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อช่วยยกระดับขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และพัฒนาคุณภาพชีวิต งานสถาปนิก’69 ซึ่งมีกำหนดจัดงานวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT” ปีนี้ได้เตรียมจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจไว้มากมาย รวมถึงกิจกรรมพิเศษสอดรับกับแนวคิดการจัดงานอย่างดีที่สุด
โดยในส่วนของกิจกรรมการสัมมนา ASA International Forum เป็นการรวมตัวของเหล่าสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำจากทั่วโลก เพื่อร่วมแสดงปาฐกถาและแลกเปลี่ยนแนวคิดภายใต้กรอบแนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) ” (Sati : Wisdom : Prompt) งานเสวนาในครั้งนี้จะขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมขบคิดถึงรากฐานของสติปัญญาของมนุษย์ และความสัมพันธ์กับยุคสมัยแห่งปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังก้าวเข้ามา เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางไปสู่ยุคใหม่แห่ง “ปัญญาแบบผสมผสาน” (Hybridized Wisdom) การเสวนาในปีนี้แบ่งออกเป็น 2 ช่วงสำคัญ โดยแต่ละช่วงจะศึกษาวิเคราะห์ระหว่าง “ปัญญา” (Wisdom) ซึ่งหมายถึงความลุ่มลึกของความรู้ วัฒนธรรม และพลังสร้างสรรค์ของมนุษย์ กับ “ความฉลาดใหม่” (New Intelligence) ซึ่งหมายถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลกของระบบปัญญาประดิษฐ์และระบบการคำนวณในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมทางกายภาพ

ไฮไลต์ใหม่ในปีนี้ คือ ในตอนท้ายของแต่ละช่วงการเสวนา จะมีการจัด Roundtable หรือเวทีเสวนาโต๊ะกลม ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดให้วิทยากรและผู้ดำเนินการสนทนาได้แลกเปลี่ยนทัศนะกันอย่างเจาะลึก โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถมีส่วนร่วมในบทสนทนาได้อย่างใกล้ชิด ทั้งการตั้งคำถามและร่วมแบ่งปันความคิดเห็น เพื่อสร้างบทสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับอนาคตของสถาปัตยกรรมและอัจฉริยภาพในการออกแบบนั่นเอง

นายจาตุรนต์ กิ่งมิ่งแฮ ประธานจัดงานสถาปนิก’69 กล่าวถึงรายละเอียดของ ASA INTERNATIONAL FORUM และความน่าสนใจ เริ่มจากหัวข้อ “FUTURE ILLUSION” โดยสองสถาปนิกรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียง Jenchieh Hung และ Kulthida Songkittipakdee ผู้ก่อตั้ง HAS Design and Research สำนักงานอยู่ในกรุงเทพฯ และเซี่ยงไฮ้ ผลงานออกแบบของทั้งคู่ เป็นที่รู้จักในแนวคิด “Chameleon Architecture” สถาปัตยกรรมที่ปรับตัวเข้ากับบริบทของสภาพอากาศ วัฒนธรรม และชุมชน โดยยังคงรากเหง้าของพื้นที่ไว้อย่างลึกซึ้ง เช่น ผลงาน High line Bangkok ผลงาน Botanica Meditation Centre ต่อด้วยหัวข้อ “CULTURE” โดย Boonserm Premthada สถาปนิกชาวไทย ผู้ก่อตั้ง Bangkok Project Studio เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจากแนวทางการออกแบบที่มองสถาปัตยกรรมในฐานะ กระบวนการอยู่ร่วมกัน ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และชุมชน ผลงานโดดเด่นด้วยการใช้วัสดุท้องถิ่นและภูมิปัญญาพื้นถิ่น อาทิ Elephant Chapel จัดแสดงที่ Venice Biennal 2025, The Cultural Courtyard, The Artisans Ayutthaya และในงานครั้งนี้ยังมีแขกรับเชิญมาร่วมพูดคุยเป็น Latifa Alkhayat สถาปนิกและนักวิจัยชาวบาห์เรน
ถัดมา “SITE, MATTER, GESTURE” โดย Anne Holtrop สถาปนิกชาวดัตช์และผู้ก่อตั้ง Studio Anne Holtrop สำนักงานที่มีฐานหลักอยู่ในเมือง Muharraq บาห์เรน งานออกแบบของเขามุ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุ พื้นที่ และสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะบริบทของภูมิอากาศและท้องถิ่น ผลงานเช่น Green Corner Building ต่อด้วยหัวข้อ “RIGOROUSLY IMAGINATIVE: HOW TO DESIGN BETTER FUTURES” โดย Cecilia MoSze Tham นักอนาคตศาสตร์รางวัลระดับนานาชาติ ผู้ทำงานอยู่ที่จุดตัดระหว่างการประกอบการ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการออกแบบ ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Futurity Systems บริษัทที่ให้บริการด้านการมองอนาคต เพื่อช่วยองค์กรต่างๆ สร้างและวางแผนอนาคตได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และหัวข้อ “NATURAL ARTIFICIAL AND COLLECTIVE INTELLIGENCE IN THE BUILT ENVIRONMENT” โดย Luca Bussolino สถาปนิกและวิศวกรชาวอิตาลี Partner และ Head of Strategy & Innovation ของ Carlo Ratti Associati (CRA) สำนักงานออกแบบระดับนานาชาติที่มีฐานอยู่ในเมืองตูริน ผลงานเช่น France Pavillion จัดแสดงที่โอซาก้าปี 2025 หัวข้อสุดท้าย “DESIGNING FOR RESILIENCE” โดย Miho Mazereeuw ซึ่งเป็นรองศาสตราจารย์ด้านสถาปัตยกรรมและผังเมือง จาก MIT และผู้อำนวยการ Urban Risk Lab ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเมืองที่รับมือกับความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เคยวิจัยในไทยและญี่ปุ่น ที่เน้น Design Before Disaster เป็นแนวทางป้องกัน การปรับตัวเมื่อมีภัยพิบัติ เป็นต้น

ประธานจัดงานสถาปนิก’69 กล่าวเสริมอีกหนึ่งกิจกรรมไม่ควรพลาด ASA INSPIRATION LAB เป็นการจัดเสวนาสนับสนุนกลุ่มวิชาชีพ ซึ่งไม่เพียงการเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจ แต่ยังรวมเวิร์คชอปเข้ามาด้วย เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสกับแรงบันดาลใจและทดลองได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นสิ่งแปลกใหม่ในเวทีเสวนาปีนี้ ยกตัวอย่างเช่น BODY – CITY – BALANCE โดยคุณศัลยเวทย์ ประเสริฐวิทยาการ, คุณจูน เซคิโน, คุณพงศ์ภัทร เอื้อสังคมเศรษฐ์ และคุณไพทยา บัญชากิติคุณ เหล่าสถาปนิกไทยที่มีชื่อเสียง และมีช่วง Roundtable ดำเนินรายการโดยคุณบุญชัย เทียนวัง หรือหัวข้อ Thinking AI เมื่อ AI เป็นมากกว่าคนคุย โดยคุณใหม่ พัฒนา ยังรวมถึงหัวข้อ MATERIAL JOURNEY: IN SEARCH FOR PATTERN AND GEOMETRY โดยคณาจารย์และนิสิตจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และช่วง Roundtable ดำเนินรายการโดยคุณณัฐนิช ชัยดี จาก ART4D Works เป็นต้น
สำหรับ ASA INSPIRATION LAB ยังมีหัวข้อเสวนาและกิจกรรมอีกมาย ซึ่งได้เชิญวิทยากรมาร่วมแชร์ไอเดียกันครอบคลุมทั้งเรื่องของมนุษย์และเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AI ตั้งแต่เรื่อง สัมผัสของมนุษย์, สมดุลระหว่างจิตใจและร่างกาย, การทํางานเชิงฝีมือช่างและท้องถิ่น, การทํางานกับบริบททางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมสมัย, มุมมองการออกแบบในเวทีโลก, ไปจนถึงการทํางานเชิงทดลองกับ Robotic และ Artificial Intelligence กิจกรรมทั้งหมดรวบรวมนักออกแบบ สถาปนิก นักคิด และผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากทั้งประเทศไทยและนานาชาติ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และการทดลองใหม่ๆ ที่กําลังขับเคลื่อนอนาคตของงานออกแบบ
ทั้งนี้ กิจกรรมเสวนา ASA INTERNATIONAL FORUM จัดขึ้นเพียง 2 วัน (ช่วงงานสถาปนิก’69) ในวันที่ 2 และ 3 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องฟินิกซ์ 4-6 อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ส่วนกิจกรรม ASA INSPIRATION LAB จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม ณ บริเวณเวทีกลางภายในอาคาร อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 และห้องฟินิกซ์ 1-3 อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้า โดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านทาง www.asaexpo.org

