วันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานแถลงผลงานและก้าวต่อไป “มุ่งเป้าอนาคตประเทศไทยเพื่อน้ำมั่นคง ตอนที่ 5 จังหวัดขอนแก่น – ชัยภูมิ (Thailand Water Security Forum 2026 Episode 5: Khon Kaen – Chaiyaphum)” เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายธงชัย โอฬารพัฒนะชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะผู้บริหาร วช. ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. นักวิจัย และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เข้าร่วม ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น

นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ได้แถลงนโยบายการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อน้ำมั่นคง โดยระบุว่า ทรัพยากรน้ำถือเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทั้งในด้านอาหาร เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระทรวง อว. จึงมุ่งมั่นที่จะใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) เป็นกลไกหลักในการเปลี่ยนผ่านระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศ จากเดิมที่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การบริหารจัดการเชิงรุกที่ทันสมัย โดยเน้นย้ำความสำคัญของการนำงานวิจัยไปปรับใช้จริงในพื้นที่ การลงทุนในระบบฐานข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน พร้อมทั้งขยายผลความสำเร็จจากพื้นที่นำร่องไปสู่ระดับประเทศ เพื่อให้การลงทุนด้านน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. ได้กล่าวถึงความสำเร็จของแผนงาน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง วช. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. และภาคีเครือข่าย โดยมีจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดชัยภูมิเป็นพื้นที่นำร่องที่เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ทั้งในการพัฒนาระบบน้ำชุมชน การเพิ่มน้ำต้นทุน การพัฒนาโครงข่ายกระจายน้ำ และการใช้นวัตกรรมช่วยลดการใช้น้ำภาคการเกษตร ซึ่งสามารถเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างชัดเจน โดย วช. มีเป้าหมายที่จะขยายผลนวัตกรรมเหล่านี้ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป ขณะที่ นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้เป็นตัวแทนกล่าวต้อนรับและแสดงความขอบคุณ วช. รวมถึงคณะนักวิจัย ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของภาคอีสานได้อย่างตรงจุด

นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดชัยภูมิเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ยังเผชิญกับความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำ ทั้งปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การที่ วช. และคณะนักวิจัยได้เข้ามาร่วมดำเนินงานในพื้นที่ จึงนับเป็นโอกาสสำคัญในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างตรงจุดและยั่งยืน พร้อมแสดงความขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาพื้นที่อย่างมั่นคงในระยะยาว

ภายในงาน วช. ได้ทำพิธีส่งมอบนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำจำนวน 9 นวัตกรรม ให้แก่ 21 หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดชัยภูมิ เพื่อนำไปยกระดับการจัดการน้ำจริง
นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “มุ่งเป้าอนาคตประเทศไทยเพื่อน้ำมั่นคง ตอนที่ 5 จังหวัดขอนแก่น – ชัยภูมิ : แม่แบบการจัดการน้ำ: บูรณาการพลังพื้นที่ สู่รายได้ของชุมชนอีสาน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดการบริหารจัดการน้ำระดับชุมชน โดยมีผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนจากหลากภาคส่วนเข้าร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.อนุวรรตน์ ศรีสวัสดิ์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น นางสาวสุวรรณี เพียเอีย จากสำนักงานจังหวัดขอนแก่น ว่าที่ร้อยตรีหญิงยุภารัตน์ พนมพรม จากสำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น นายตวงโชค ชาลีกุล จากเทศบาลเมืองชัยภูมิ นายชัยวัฒน์ ดอกไม้งาม จากองค์การบริหารส่วนตำบลคอนฉิม นายสุธีย์ ทินราช จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มมะม่วงบ้านแฮด และนายอดิศักดิ์ กัณหา จากกลุ่มเกษตรกรบ้านโนนเขวา โดยมี ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ คณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. แผนงาน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด” และรองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานเป็นผู้นำการเสวนา ทั้งนี้ภาพรวมของการจัดงานในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน

